Summary
ผลิตภัณฑ์ยาหอม…น้ำมันเหลืองจากสมุนไพรที่ขายดีติดอันดับ TOP10 ด้วยสรรพคุณตำรับไทยจากวัตถุดิบคุณภาพชั้นเยี่ยมอย่างยาน้ำมันเหลืองสมุนไพรตราพัชญ์ เราจะพาผู้อ่านไปสัมผัสเบื้องหลังความมหัศจรรย์ของน้ำมันเหลืองที่ได้รับความนิยมยืนยาวมาเกือบจะยี่สิบปีแบรนด์นี้
นึกย้อนกลับไปสมัยก่อน น้ำมันเหลือง ยาหอม ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรทั้งหลายถูกมองว่าเป็นของใช้สำหรับคนมีอายุ แม้กระทั่งคนทำงานอายุสามสิบกว่าก็ยังมองข้าม แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจึงเริ่มเข้าถึงกลุ่มคนอายุน้อยมากขึ้น น้ำมันเหลืองสมุนไพรจึงเป็นทางเลือกชั้นดีที่หาซื้อได้ง่ายและช่วยบรรเทาอาการได้
ภาพโดย Expert Kit
น้ำมันเหลือง “พัชญ์” จึงตั้งใจนำเอาสรรพคุณของสมุนไพรหลากชนิดมาใช้ เพื่อถ่ายทอดความรู้สมุนไพรไทยตามแบบภูมิปัญญาไทยโบราณ และนำเสนอสมุนไพรไทยมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ส่งต่อความใส่ใจถึงคนสำคัญ โดยมีคุณแหม่ม – พัชญ์สิตา ชัยพันธโรจน์ กรรมการบริหาร เจ้าของแบรนด์พัชญ์ เป็นคนริเริ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากความตั้งใจที่อยากเป็นผู้มอบสิ่งดีๆ ถึงมือผู้คน ซึ่งพัชญ์ได้ใช้ความรักในงานบริการและอยากช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งเจ้าของแบรนด์ได้รับถ่ายทอดมาจากคุณปู่ และงานแอร์โฮสเตสที่เธอเคยทำมาเป็นหลักใหญ่ใจความในการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ของดี…บอกต่อ
แบรนด์พัชญ์ เกิดขึ้นมาพร้อมกับแนวคิดของการส่งมอบสิ่งดีๆ ให้กับผู้อื่นเป็นหลัก โดยสูตรที่นำมาต่อยอดก็เป็นสูตรที่คุณแม่ของคุณแหม่มใช้ทำน้ำมันเหลืองมาตั้งแต่สมัยคุณแหม่มยังเด็ก โดยเริ่มต้นจากน้ำมันเหลืองที่ทำใช้กันในครัวเรือน ส่งต่อให้ญาติๆ และเพื่อนพ้องน้องพี่ จากนั้นจึงลองบรรจุขายโดยใช้วิธีปากต่อปาก น้ำมันเหลืองจากพัชญ์จึงเป็นการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญา สูตรเก่าแก่ของครอบครัวเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพดี ผนวกเอาตัวตนในสายอาชีพของเธอเองลงไปด้วย ทำให้ “พัชญ์” น้ำมันเหลืองกลายเป็นผลิตภัณฑ์มีสรรพคุณเยี่ยม ที่มาพร้อมกับแอตติจูดการบริการ
“ทุกงานมีงานไหนไม่ใช่งานบริการ เราเป็นแอร์ เราก็บริการ เรามาขายยา เราก็บริการ”
สำหรับคนอื่น การริเริ่มสร้างแบรนด์อาจเริ่มต้นมาจากความรัก ความฝัน แต่สำหรับแบรนด์พัชญ์ของคุณแหม่ม เพียงแค่รักและอยากทำขึ้นมาเป็นชิ้นเป็นอันยังไม่มากเท่าความรักในงานบริการ
เธอมองว่างานทุกอย่างของชีวิต แม้กระทั่งการทำผลิตภัณฑ์ของตัวเองก็คือการให้บริการผู้อื่น โดยได้มุมมองมาจากงานลูกเรือของสายการบินแห่งชาติ ซึ่งเธอทำงานมายาวนานเกือบยี่สิบห้าปี และมีคุณปู่ ซึ่งเคยเป็นราชองครักษ์ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างสำคัญในการใช้ชีวิต
สูตรที่ถูกส่งต่อ สืบทอดภูมิปัญญาไทยของครอบครัว
“เราเห็นและคุ้นเคยกับยาตัวนี้มาตั้งแต่เด็กๆ” เจ้าของแบรนด์เล่าถึงการสะสมประสบการณ์มาเนิ่นนาน “พอทำงานก็ไม่ได้สนใจ วันหนึ่งมีผู้ชายสองคนมาซื้อยา เราก็ถามว่าซื้อไปทำอะไร เขาบอกว่าคนในซอยจ้างคนงานให้ไปตัดต้นไม้ แล้วเผอิญไปโดนรังต่อ ต่อแตกรังมาต่อย เจ้าของบ้านเอามาทาให้มันหาย เขาก็เลยชวนเพื่อนที่ตัดต้นไม้มาซื้อเก็บไว้”
จากที่รู้สรรพคุณเบื้องต้นแค่บรรเทาแมลงสัตว์กัดต่อย คุณแหม่มจึงเริ่มหันมาสนใจและศึกษาด้านสมุนไพร จนตัดสินใจลงเรียนด้านการแพทย์แผนไทยเพื่อให้รู้ลึกในธุรกิจที่กำลังจะทำ
นอกจากภูมิปัญญาสมุนไพรไทยที่ตั้งใจสืบสานต่อมาจากสูตรของคุณแม่แล้ว ไอเดียในการผลิตน้ำมันหอมยังได้มาจากการทำงานบนเครื่องบินด้วย หลังจากเห็นผู้โดยสารทำยาหม่องยี่ห้อหนึ่งหล่นพื้น “เราเห็นผู้โดยสารทำยาหม่องตก ก็จำได้ว่าเคยมีคนบอกว่ายี่ห้อนี้เป็นของต่างชาติ ไม่ใช่ของคนไทย ยาไทยมันไม่มีนี่นาที่ทำแบบนี้ ของเราจะมีแต่ยาร้อนๆ ยังไม่มีใครทำยาเย็นๆ เลย”
ไอเดียผลิตน้ำมันเหลืองที่มีฤทธิ์ร้อน – เย็นจึงเกิดขึ้นมานับจากนั้น จนถึงวันนี้เป็นเวลาใกล้ 20 ปีแล้วตั้งแต่คุณแหม่มเริ่มต้นคิดแบรนด์พัชญ์ โดยยังคงสูตรกับรูปแบบบรรจุภัณฑ์ไว้ดังเดิมตั้งแต่แรกที่ออกแบบ และยังคงคุณภาพที่ได้มาจากการคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพมากที่สุด ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของพัชญ์
สมุนไพรไทยคุณภาพชั้นเลิศ
สูตรน้ำมันชั้นยอดมาพร้อมกับการคัดสรรสมุนไพรชั้นเยี่ยม โดยทางแบรนด์เลือกสรรวัตถุดิบจากแหล่งเพาะปลูกทั้งในประเทศเป็นหลัก และใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศเป็นส่วนประกอบ โดยคัดเฉพาะที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดเท่านั้น ไพล ถูกหยิบมาเป็นวัตถุดิบสำคัญของพัชญ์ ซึ่งก็มาจากแหล่งที่มีดินดี น้ำดี และเลือกเหง้าที่แก่จัดมาเท่านั้นเพื่อสรรพคุณที่เป็นเลิศ
“เหง้าแก่จัดจะมีสารสำคัญอยู่ในนั้นเยอะ” คุณแหม่มบอกเรา “ซึ่งสารสำคัญตัวนี้มีสรรพคุณสารพัดเลย และเราไปใช้หน้าฝนก็ไม่ได้ หน้าหนาวก็ไม่ได้ ต้องใช้หน้าร้อน ปีหนึ่งเก็บเกี่ยวหนเดียว เพราะถ้าเก็บหน้าฝน หัวมันก็จะอุ้มน้ำไว้ สารสำคัญก็จะไม่เข้มข้น”
ส่วนพิมเสนที่เป็นวัตถุดิบสำคัญอีกชนิดหนึ่งนั้น แบรนด์พัชญ์เลือกนำเข้าจากต่างประเทศเกรดส่งออก แม้ต้นทุนจะสูงแต่ราคาขายก็ยังเป็นราคาที่สามารถจับจ่ายได้ก็ตาม “คนส่งของเรา เขาก็จะบอกให้ใช้ของที่แพงที่สุดเลย เราใช้ของดีและเราไม่ต้องมีน้ำมันหรืออะไรที่ต้องปรับสัดส่วน และคุณภาพที่ดีมันก็ทำให้ผู้ใช้ใช้แล้วเห็นผล”
ส่วนขั้นตอนการผลิตนั้นก็ใช้วิธีการเฉพาะของแบรนด์ เพื่อให้ได้น้ำมันเหลืองที่ออกฤทธิ์ร้อน – เย็น เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใช้ประโยชน์จากสรรพคุณทางยาได้อย่างเต็มที่ และมีกลิ่นหอมอ่อนๆ แบบเฉพาะของ
แบรนด์
Suggestion
บรรจุภัณฑ์ที่ไม่เปลี่ยนไป แม้เวลาจะเปลี่ยนแปลง
นอกจากสินค้าจะผลิตจากความใส่ใจในทุกขั้นตอนแล้ว บรรจุภัณฑ์ของพัชญ์ก็ยังสำคัญและผ่านการคิด ออกแบบมาอย่างดี โดยมีโลโก้รูปพัด ล้อไปกับชื่อแบรนด์พัชญ์ ที่หมายถึงปราชญ์ และนำเสนอความเป็นไทยผ่านรูปลักษณ์ของกล่อง “เราคิดแล้วว่าเราต้องทำแพ็กเกจจิงให้สวยๆ เพื่อให้เราขายดี ถ้าเราขายได้ดี เราก็จะมีเงิน แล้วพี่อยากทำบ้านพักคนชราด้วย เราก็คิดว่าต้องทำแพ็กเกจจิงให้ดี ดีไซน์สวย เราจ้างคนทำแปดหมื่นบาท เมื่อสิบห้าปีที่แล้ว”
แพ็กเกจจิงของพัชญ์ที่เป็นด่านหน้าสร้างความประทับใจแรกเห็นของแบรนด์พัชญ์จึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีความฝันของเจ้าของแบรนด์อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเธอได้นักออกแบบฝีมือดีที่ออกแบบให้กับแบรนด์ใหญ่ๆ มากมายในประเทศไทยมาออกแบบให้
น้ำมันเหลือง พัชญ์ จึงเฉิดฉายได้นำมาวางจำหน่ายที่ คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี ซึ่งเป็นความตั้งใจของเจ้าของแบรนด์ที่มีความคุ้นเคยกับการซื้อของในดิวตี้ฟรีจากการเป็นลูกเรือของสายการบิน ซึ่งนั่นทำให้เกิดกระแสตอบรับอย่างดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่อาจพูดได้ว่าทำความตั้งใจแรกเริ่มที่อยากส่งออก เผยแพร่ภูมิปัญญาสมุนไพรไทยออกสู่สายตาชาวต่างชาติได้สำเร็จ
แม้ปัจจุบันจะมีแบรนด์ผลิตภัณฑ์น้ำมันหอม ยานวด ยาดมในรูปแบบใหม่ๆ เพิ่มการใช้งานในส่วนของอะโรมา ใส่ความแปลกใหม่ลงไปมากมายเกิดขึ้น แต่พัชญ์ก็ยังคงสามารถยืนอยู่ได้ด้วยความชัดเจนในรูปแบบ คุณภาพ สรรพคุณที่พร้อมสรรพ และกลิ่นหอมดั้งเดิมแบบไทยๆ
ซึ่งความชัดเจนในรูปแบบนี้เองที่สะท้อนความตั้งใจในการผลิต คัดสรรวัตถุดิบ และส่งผ่านความรัก ความเป็นผู้ให้สิ่งดีๆ ออกไป เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ไทยที่มีเรื่องราวดีๆ ให้นึกถึงทุกครั้งยามได้ใช้น้ำมันเหลืองในขวดใบสวย
พัชญ์ (PACHAYA)
ที่ตั้ง: 20/36 ซอยรามคำแหง 172 เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510
ข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมที่ตลาดพลังคนไทย
คลิก: PACHAYA
สนใจสินค้าพลังคนไทย สามารถสนับสนุนได้ที่ คิง เพาเวอร์ ทุกสาขา
ปักหมุดจุดเช็กอิน-แชะรูป-ท่องเที่ยวใกล้เคียง
• Minoburi…คอมมูนิตี้กลิ่นอายญี่ปุ่นที่ต้องไม่พลาดหากได้มีโอกาสไปย่านรามคำแหง พร้อมสรรพด้วยอาหาร และเวิร์กช็อปมากมายให้ทำ เป็นสถานที่ที่น่าพาครอบครัว และเด็กๆ มาทำกิจกรรมร่วมกัน
• Batcat Museum & Toys…พิพิธภัณฑ์ของเล่นย่านรามคำแหงที่เหมาะกับคนชอบของเล่นจากหลากหลายค่าย เข้ามาเดินชมถ่ายภาพคู่กับของเล่นหายากได้ที่นี่
• วัดบางเพ็งใต้ (ตลาดน้ำขวัญเรียม)… เข้ามาสักการะหลวงพ่อดำและซื้อสินค้าในตลาดน้ำขวัญเรียม วัดนี้ก่อสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 มีอายุยาวนานเป็นร้อยปี